งานบำเหน็จความชอบและทะเบียนประวัติ

1. งานบำเหน็จความชอบ    
1. การเลื่อนขั้นเงินเดือน/ค่าจ้าง
(1) การเลื่อนขั้นเงินเดือน/ค่าจ้างกรณีปกติ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาความดีความชอบของข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
2. คณะกรรมการเสนอหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการพิจารณาความดีความชอบของเขตพื้นที่การศึกษาให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ให้ความเห็นชอบ
3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แจ้งหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้สถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทราบและถือปฏิบัติ
4. ดำเนินรวบรวมข้อมูลผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาที่สมควรได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเสนอขอความเห็นชอบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
(2) การเลื่อนขั้นเงินเดือน/ค่าจ้างกรณีพิเศษ มี 4 กรณี ประกอบด้วย
1. กรณีกลับจากศึกษาต่อ
2. กรณีบรรจุใหม่
3. กรณีลาออกไปสมัครผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกลับเข้ามาปฏิบัติราชการ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. รับเรื่องจากสถานศึกษา/ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ( แบบขอเลื่อนขั้นเงินเดือนของผู้ที่ขาดคุณสมบัติพร้อมผลการปฏิบัติงาน
ในระดับดีหรือดีเด่น/คำสั่งให้ไปและกลับจากศึกษา/คำสั่งบรรจุแต่งตั้ง คำสั่งลาออกและกลับเข้ารับราชการแล้วแต่กรณี  รวมทั้งคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนสุดท้าย)
2. วิเคราะห์และเสนอความเห็นชอบผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการแล้วเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติ
3. แจ้งสถานศึกษาทราบ
4. บันทึกรายการเปลี่ยนแปลงในทะเบียนควบคุมบัญชีถือจ่ายและทะเบียนประวัติ
4. กรณีการขอบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ เมื่อข้าราชการถึงแก่ความตายทุพพลภาพหรือพิการ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

2. การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีถือจ่าย
(1) การจัดทำบัญชีถือจ่ายเงินเดือนข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ
ขั้นตอนและแนวปฏิบัติ
1. การจัดทำบัญชีถือจ่ายประจำปีชั่วคราว บัญชีถือจ่ายคือเอกสารที่ใช้ประกอบการเบิกจ่ายจึงกำหนดให้จัดทำแยกตามหน่วยเบิก
1.1 วิเคราะห์ผลการเลื่อนขั้นประจำปีและตรวจสอบความถูกต้อง
1.2 เสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อขออนุมัติกรมบัญชีกลาง
1.3 เมื่อได้รับแจ้งผลการอนุมัติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาส่งบัญชีถือจ่ายให้หน่วยเบิกดำเนินการเบิกจ่าย
2. การจัดทำบัญชีถือจ่ายประจำปี
2.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำรวจข้อมูลการตัดอัตราข้ามหน่วยเบิก ตรวจสอบความถูกต้องระหว่างหน่วยเบิก
และสรุปจำนวนอัตราของปีงบประมาณเดิมจำแนกอัตรา
2.2 จัดทำทะเบียนควบคุมบัญชีถือจ่ายของปีงบประมาณใหม่ซี่งมีลักษณะเป็นบัญชีถือจ่ายรายตัวแสดงรายละเอียดของเงินถือจ่าย
ปีงบประมาณเดิม เงินถือจ่ายปีงบประมาณใหม่ เงินปรับลด เงินเลื่อนขั้น และเงินเพิ่มพิเศษต่าง ๆ
2.3 ประมวลผลข้อมูลและจัดทำบัญชีถือจ่าย บัญชีรายละเอียดประกอบบัญชีถือจ่ายตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
2.4 ตรวจสอบความถูกตัองความต่อเนื่องของจำนวนอัตราที่ถือจ่ายปีงบประมาณเดิมและปีงบประมาณใหม่เป็นรายอัตรา/ความสอดคล้อง
ของข้อมูลเงินถือจ่ายปีที่แล้วเงินถือจ่ายปีนี้ เงินปรับลด และเงินเลื่อนขั้น
2.5 เสนอเรื่องไปยังคณะกรรรมการการศึกษาขั้นพิ้นฐานเพื่อขออนุมัติการมปัญชีกลาง
2.6 เมื่อได้รับแจ้งผลการอนุมัติส่งบัญชีถือจ่ายให้หน่วยเบิกดำเนินการเบิกจ่าย
3. การจัดทำบัญชีถือจ่ายเพิ่มเติม
3.1 สำรวจและรวบรวมข้อมูลข้าราชการที่ได้ปรับอัตราเงินเดือนให้สูงขึ้นกรณีต่าง ๆ เช่น ปรับอัตราเงินเดือนให้ได้รับตามวุฒิที่สูงขึ้น
ปรับอัตราเงินเดือนตามที่ได้รับโอน ปรับอัตราเงินเดือนเนื่องจากเลื่อนระดับเลื่อนเงินเดือนเพิ่มเติม ฯลฯ
3.2 ประมวลผลข้อมูลและจัดทำบัญชีถือจ่ายตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
3.3 เสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพิ้นฐานเพื่อขออนุมัติกรมบัญชีกลาง
3.4 เมื่อได้รับแจ้งการอนุมัติส่งบัญชีถือจ่ายให้หน่วยเบิกดำเนินการเบิกจ่าย
(2) เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่ง
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. รวบรวมข้อมูลจ้าราชการครูที่มีสิทธิได้รับเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพิ้นฐานจัดทำทะเบียนตำแหน่งส่งไปยังสำนักงาน ก.ค.ศ.เพื่อเสนอสำนักงบประมาณพิจารณา
ให้ความเห็นชอบ ขอถือจ่ายไปยังกรมบัญชีกลาง เ มื่อได้รับแจ้งผลการอนุมัติ ส่งบัญชีถือจ่ายให้หน่วยเบิกดำเนินการเบิกจ่าย
3. เมื่อได้รับแจ้งผลการอนุมัติ ส่งบัญชีถือจ่ายให้หน่วยงานเบิกดำเนินการเบิกจ่าย

     3. งานขอรับเงินรางวัลประจำปี
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. แต่งตั้งคณะกรรมการการศึกษาหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการให้เงินรางวัลประจำปีของครูและ บุคลากรทางการศึกษา
2. คณะกรรมการเสนอหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการขอรับเงินรางวัลต่อผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา
3. สำนักงานเขตพิ้นที่การศึกษานำหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเสนอขอความเห็นชอบต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
4. สำนักงานเขตที่การศึกษาแจ้งหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้สถานศึกษาครูและบุคลากรทางการศึกษาทราบ
5. ผู้บริหารสถานศึกษาเสนอรายละเอียดครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลประจำปีให้ สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาทราบ
และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ อ.ก.ค.ศ. ให้ความเห็นชอบ

2. งานทะเบียนประวัติ
  1. การควบคุมการเกษียณอายุราชการ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าหน้าที่บันทึกวัน เดือน ปีเกิดลงใน
1.1 บัตรเกษียณอายุราชการ
1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์
2. คำนวณผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น
2.1 วิธีคำนวณ
2.1.1 ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม – 31 ธันวาคม ให้ใช้ 61 บวก พ.ศ.เกิด
2.1.2 ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 1 ตุลาคม ให้ใช้ 60 บวก พ.ศ.เกิด
3. แจ้งรายชื่อข้าราชการดังกล่าวไปส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
4. ตรวจสอบและยืนยันพร้อมแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเกษียณอายุราชการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบ
5. ประกาศรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการ
6. ส่งประกาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้วดำเนินการ

 2. การแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้าง
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้มีความประสงค์ขอแก้ไข วันเดือนปีเกิด ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดโดยแนบเอกสารต่อผู้บังคัญบัญชาขั้นต้นประกอบด้วย
ทะเบียนราษฎร หลักฐานทางการศึกษา หลักฐานทางราชการแสดง วัน เดือน ปีเกิด หลักฐานอื่น ๆ ของทางราชการที่ระบุ วัน เดือน ปีเกิด
โดยชัดเจน
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง
3. นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงผู้มีอำนาจ
4. ดำเนินการแก้ไขในทะเบียนประวัติ ถ้าได้รับอนุญาต
5. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข

3. การจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้าง
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าของประวัติกรอกรายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติของตนเองพร้อมลงลายมือชื่อ
2. เจ้าหน้าที่ตรวจรายละเอียดความถูกต้อง
3. เก็บรักษาทะเบียนประวัติไว้เป็นความลับในที่ปลอดภัย
4. เปลี่ยนแปลง บันทึกข้อมูลลงใน ก.พ. 7 / สมุดประวัติ / แฟ้มประวัติ
5. ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหาย / ทำขึ้นใหม่ตามสภาพ

4. การจัดทำข้อมูลทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้าง
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าหน้าที่ดำเนินการ
1.1 ให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้างกรอกรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ
1.2 เจ้าหน้าที่นำข้อมูลที่ได้เก็บไว้ในแฟ้มปกติ / เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์
2. เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงประวัติบันทึกรายการเกี่ยวกับประวัติที่เกิดขึ้น
3. เก็บข้อมูลไว้เป็นความลับในที่ปลอดภัย
4. นำข้อมูลไปใช้ในการบริหารงานบุคคล

5. การขออนุญาตการลา และเบิกจ่ายเงินเดือนระหว่างลาในส่วนที่เกิน 60 วันทำการ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้มีสิทธิขออนุญาตเสนอใบลาพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตโดยนำใบลา ทุกฉบับ (ฉบับจริง)
พร้อมเอกสารประกอบ เช่นใบรับรองแพทย์ นำเสนอผู้บังคับบัญชาขั้นต้นเสนอ ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องใบลา ตรวจนับวันลา ใบรับรองแพทย์ ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุด
นำเสนอผู้มีอำนาจ อนุมัติการลาและเบิกจ่ายในส่วนที่เกิน 60 วันทำการ

      6. การดำเนินการเกี่ยวกับแฟ้มประวัติของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลาออกจากราชการและถึงแก่กรรม
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรองรับข้อมูลประวัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. เจ้าหน้าที่เสนอผู้บังคับบญชาลงนามในเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองข้อมูลประวัติทะเบียนประวัติ ของครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. เจ้าหน้าที่มอบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองขัอมูลประวัติทะเบียนประวัติและแฟ้มประวัติของข้า ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ที่ผู้บังคับบัญชาลงนามรับรองข้อมูลแล้วให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องเงินบำเหน็จบำนาญและเงินอื่น ๆ ต่อไป

7. การบันทึกวันลาประจำปีในแฟ้มประวัติข้าราชการ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดจัดทำบัญชีรายงานการลาประเภทต่าง ๆ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยนับตามปีปฏิทิน
(1มกราคม-31ธันวาคม)เสนอเขตพื้นที่การศึกษา
2. สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดจัดส่งบัญชีรายงานการลงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาตามลำดับชั้น
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและรายงานผู้บังคับบัญชา
4. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลการลาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาลงปกแฟ้มประวัติ ข้าราชการของแต่ละคน

 8. การให้บริการสำเนาทะเบียนประวัติและ ก.พ. 7
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าของประวัติและยื่นความจำนงในการขอสำเนาทะเบียนประวัติและ ก.พ.7 ด้วยตนเองหรือเจ้าของประวัติมอบฉันทะให้บุคคลอื่น
ยื่นเสนอขอการจัดทำสำเนาทะเบียนประวัติและ ก.พ.7 โดยเจ้าของประวัติทำหนังสือมอบฉันทะพร้อมแนบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
ของรัฐของเจ้าของประวัติและผู้รับมอบฉันทะด้วย
2. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจดูความถูกต้อง
3. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทำการจัดทำสำเนาทะเบียนประวัติและ ก.พ.7พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อ และส่ง มอบให้ผู้ยื่นความจำนง
หรือผู้ได้รับมอบฉันทะ

 9. การจัดส่งทะเบียนประวัติและ ก.พ.7 ของข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษาที่ย้ายไปสังกัดเขตพื้นที่การ ศึกษาอื่นหรือส่วนราชการอื่น
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าหน้าที่เสนอผู้บังคับบัญชารับรองข้อมูลในทะเบียนประวัติและ ก.พ.7 และแฟ้มประวัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ที่ย้ายไปสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาอื่นหรือส่วนราชการอื่น
2. เจ้าหน้าที่จัดทำหนังสือนำส่งแฟ้มประวัติทะเบียนและ ก.พ.7 ถึงเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

10. การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนประวัต
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติเสนอคำร้องตามลำดับชั้น
2. ผู้บังคับบัญชาเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3.1 ทะเบียนสมรส( คร.3)
3.2 ทะเบียนหย่า (คร.7)
3.3 เอกสารการขอเปลี่ยนชื่อ (ทร.3)
3.4 เอกสารการขอเปลี่ยนชื่อสกุล (ท.4)
3.5 ทะเบียนบ้าน (ทร.14)
3.6 ใบรับรองคุณวุฒิ หรือปริญญาบัตร
4. เปลี่ยนแปลง บันทึกข้อมูลลงใน ก.พ.7 / สมุดประวัติ / แฟ้มประวัติ
5. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราย

11. การรายงานบุคลากรทางการศึกษาถึงแก่กรรม
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ส่วนราชการรายงานการถึงแก่กรรมของบุคลากรทางการศึกษาตามลำดับชั้น
2. เจ้าหน้าที่รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
3. ตอบรับทราบหน่วยงานที่รายงานการถึงแก่กรรม
4. ออกหนังสือแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ถึงแก่กรรม
5. รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. งานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ตรวจสอบผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน สมควรได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
2. ดำเนินการในการเสนอขอพระราชทารเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลาแก่ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฏหมายกำหนด
3. จัดทำทะเบียนผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดิเรกคุณา ภรณ์และผู้คืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

4. งานบริการบุคคล
 1. การขอยกเว้นการเกณฑ์ทหาร
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้มีสิทธิได้รับการยกเว้น กรอกรายละเอียดตามแบบที่กำหนดก่อนเดือนเมษายนของปี
2. แนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ, ตารางการสอน/สัปดาห์, จำนวนนักเรียนที่รับผิดชอบ, สำเนา สด.35., สด.9
3. เจ้าหน้าที่นำเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อลงนามนำเสนอผู้มีอำนาจ
4. ผู้มีอำนาจออกในสำคัญยกเว้น แล้วแจ้งท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น, แจ้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

2. การขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้ขอมีบัตรกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ โดยมีเอกสารหลักฐาน ดังนี้
1.1 ติดรูปถ่ายในแบบขอมีบัตร 3 รูป
1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ
1.3 ใบรับรองหมู่โลหิต 1 ฉบับ
1.4 เสนอผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับ
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารความถูกต้อง
3. เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัว โดยผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับ โดยคุม ทะเบียนประวัติไว้

3. งานขอหนังสือรับรอง
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้ขอหนังสือรับรองแจ้งเหตุผลและความจำเป็นในการขอหนังสือ
2. เสนอต่อผู้บังคับบัญชาขั้นต้น
3. เจ้าหน้าที่ตรวจรายงานเหตุผล ความจำเป็น
4. นำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติลงนามหนังสือรับรอง
5. ส่งหนังสือรับรอง

4. งานขออนุญาตให้ข้าราชการไปต่างประเทศ

ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้มีความประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ กรอกรายละเอียดตามแบบที่กำหนด
2. ในกรณีที่เดินทางอยู่ในระหว่างเปิดภาคเรีน ต้องแนบใบลาที่ได้รับการอนุญาต
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
– แบบขออนุญาต
– บัญชีประมาณการค่าใช้จ่าย
– ใบลากิจ หรือลาพักผ่อน หนังสือเชิญจากองค์การ หน่วยงาน
4. นำเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจลงนามนำเสนอผู้มีอำนาจ

      5. งานขออนุญาตลาอุปสมบท
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. ผู้มีความประสงค์จะอุปสมบทกรอกรายละเอียดตามแผนที่กำหรดผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับ
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ
3. นำเสนอผู้มีอำนาจ
– อนุญาตการลาอุปสมบท
– เสนอพระอุปัชฌาย์ เพื่อขออนุญาตให้ไปอุปสมบท

 6. การลาไปประกอบพิธีฮัจย์
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. รับใบลาไปประกอบพิธีฮัจย์ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของใบลาและเอกสารประกอบ
2. เสนอใบลาให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั่นพื้นฐานหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจพิจารณา อนุญาต และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ลาทราบ

7. งานขอพระราชทานเพลิงศพ
ขั้นตอนและแนวการปฏิบัติ
1. เจ้าภาพแจ้งวัตถุประสงค์ของการขอพระราชทานเพลิงศพ
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
– หลักเกณฑ์คุณสมบัติ
– วันเดือนปี ที่จะขอพระราชทานเพลิงศพ
– สถานที่
– นำเสนอผู้มีอำนาจลงนาม เสนอเลขาธิการพระราชวัง
–  ติดต่อประสานงาน(เลขาธิการพระราชวัง เจ้าภาพ
3. ดำเนินการตามขั้นตอนของสำนักพระราชวัง